การพัฒนาบุคลิกภาพและการแต่งกาย
โดย กรรณีย์ ถาวรสุข
บุคลิกภาพ
บุคลิกภาพในทางสังคมหมายถึง ภาพของแต่ละบุคคลที่ปรากฏในด้านการแต่งกาย ท่วงทีกริยา การแสดงออก ที่จะทำให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจทั้งในด้านบวกหรือด้านลบ ผู้ที่ปรากฏกายอย่างดีทั้งด้านการแต่งกายและมารยาทสังคมอันดี จะเป็นที่ประทับใจใคร่คบหาษมาคมนิยมชมชื่น บุคลิกภาพเป็นสิ่งที่ที่สามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน เช่น การฝึกท่วงทีกริยาที่ดูดี แต่งกายให้เหมาะสมกับกาละเทศะ การมีมารยาทสังคมที่ดี
การเสริมสร้างบุคลิกภาพ
การเสริมสร้างบุคลิกภาพสามารถพัฒนาได้ ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การทรงตัว การพูด ความสะอาดหมดจด ความนึกคิดที่ดี ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ดังนี้
- การนั่ง ควรนั่งไหล่ตรง หลังตรง วางมือในที่อันควร
- การยืน ควรยืนตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง ขาตรง เท้าชิด หรือเบี่ยงเล็กน้อย
- การเดินและการเคลื่อนไหว ควรเดินตัวตรง ศีรษะตั้งตรง แกว่งแขนเล็กน้อย
- การหยิบของที่พื้น ควรย่อตัวลงหยิบ ไม่ใช่ก้มตัวลงหยิบ
- การพูด ควรพูดด้วยจังหวะที่ดี ใช้น้ำเสียงที่จริงใจ ให้ความรู้สึกเป็นมิตร
- การแสดงสีหน้าควรแสดงสีหน้าปกติไม่แสดงความยินดีโกรธหรือเย็นชาจนเกินไป
- การคิด ควรคิดแต่สิ่งที่ดี ไม่หมกมุ่นอยู่กับความทุกข์
- การรักษาสุขภาพและความสะอาด ควรรักษาน้ำหนักให้เหมาะสมกับความสูง รักษาสุขภาพกายและจิตให้ดีอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของร่างกาย สุขภาพที่ดีจะส่งผลให้บุคลิกภาพดีด้วยเช่นกัน
- การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาละและเทศะ
การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาละและเทศะหมายถึง การใช้เสื้อผ้ารวมถึงเครื่องประดับตกแต่งร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยให้เหมาะสมกับกาละคือเหมาะสมกับเวลากลางวัน กลางคืน งานเลี้ยงต่างๆ และเหมาะสมกับเทศะคือเหมาะสมกับสถานที่เช่น สถานที่ราชการ โรงเรียน โรงภาพยนตร์ เป็นต้น
ความสำคัญของการแต่งกาย
ความสำคัญของการแต่งกายก็มีด้วยกันอยู่หลายประการ เช่นเพื่อป้องกันอันตราย เห็นได้จากการใส่เสื้อผ้าเพื่อป้องกันความหนาว การใส่เสื้อแขนยาวเพื่อป้องกันแสงแดด หรือแต่งกายเพื่อดึงดูดความสนใจและความสวยงาม แต่งกายเพื่อแสดงฐานะทางสังคม เช่นเครื่องแบบนักศึกษา ข้าราชตำรวจ หรือการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาแพงก็สามารถบ่งบอกถึงฐานะทางสังคมได้เช่นกัน นอกจากนี้การแต่งกายยังบ่งบอกถึงขนบธรรมเนียมและความสุภาพ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นก็มีลักษณะแบบแผนของตนเอง อย่างเช่นธรรมเนียมตะวันตกถ้าเป็นงานพิธีการจะต้องแต่งกายครบเครื่อง สวมถุงน่อง รองเท้า หมวก ถุงมือ แต่ถ้าป็นธรรมเนียมไทยเราจะไม่สวมหมวก
ประเภทของการแต่งกาย
โอกาสปกติ การแต่งกายในโอกาสปกติ ได้แก่การไปทำงาน ประชุม สอบสัมภาษณ์ ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามสมัยนิยมเหมาะกับสถานที่และสภาพอากาศ
โอกาสพิเศษ
- งานทั่วไป ถ้าในบัตรเชิญกำหนดว่าแต่งกายตามสบาย casual dress หรือ casual clothes สุภาพบุรุษสามารถสวมเสื้อเชิตผูกเนคไท ชุดพระราชทานหรือ ใส่เสื้อเชิตสวมสูททับโดยไม่ต้องผูกเนคไท ส่วนสุภาพสตรีแต่งกายเรียบร้อยมีเครื่องประดับบ้างเล็กน้อย
- งานเลี้ยงตอนค่ำ มักเขียนไว้ในบัตรเชิญว่า Dinner การแต่งกายควรหรูหราขึ้น สุภาพบุรุษใส่เสื้อเชิตผูกเนคไทสวมสูททับ สุภาพสตรีสวมกระโปรงตามสมัยนิยมหรือสวมกระโปรงยาวที่ดูหรูหรา ถ้าเป็นงานเลี้ยงรับรองหรือ cocktail สามารถสวมกระโปรงฟูได้เพราะเป็นการยืนรับประทาน
- งานราตรีสโมสร มักกำหนดว่าเป็น Formal even wear สุภาพบุรุษจะแต่งกายครบเครื่องเต็มยศ ประกอบด้วยสูท กางเกง เสื้อเชิต เสื้อแค่เอว ผ้าคาดเอว โบว์ไท รองเท้าสีดำ ส่วนสุภาพสตรีสวมชุดยาวเปิดไหล่ หรือเสื้อแขนยาวมีการตกแต่งหรูหรา หรืออาจใช้ชุดไทยจักรี ชุดไทยบรมพิมาน
- งานพิธีการ เช่นงานพระราชทานปริญญาบัตร งานพระราชพิธี งานที่เป็นทางการ การแต่งกายต้องเป็นไปตามกำหนด เช่นชุดปกติขาว ชุดสากล ชุดไทยต่างๆ สุภาพสตรีไม่ควรสวมกระโปรงสั้นหรือยาวเกินไป
- งานทำบุญที่วัด ควรแต่งกายสุภาพมิดชิด สีสันไม่ฉูดฉาด เหมาะกับรูปร่างและผิวพรรณ ในกรณีของงานศพสุภาพบุรุษควรใส่ชุดสูทสีเข้ม สวมเชิ้ตขาว เนคไทสีดำ รองเท้าถุงเท้าสีดำ ถ้าเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพ ข้าราชการใส่ชุดปกติขาวสวมแขนทุกข์ สุภาพสตรีสวมชุดดำแบบสุภาพ ไม่ควรมีลวดลาย
- ยามพักผ่อน แต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเช่นเวลาอยู่บ้าน ชุดนอนแต่งตามความชอบส่วนตัวแต่ควรเป็นผ้าเบาสบาย การไปเที่ยวแต่งให้เหมาะกับสถานที่เช่นไปทะเล ปีนเขาควรใส่กางเกง เวลาเล่นกีฬาควรสวมชุดกีฬาเพื่อความเหมาะสม
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553
การแต่งกายไปงานแต่งงาน


แต่งตัว ไปงาน แต่งงาน เลือกชุดสวยแบบไหนดี ช่วงที่ผ่านมามีงานวิวาห์ของคู่รักหลากหลายวงการจัดกันถี่ยิบ มาสำรวจตรวจตราแฟชั่นของเหล่าคนดังที่ไปร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวกันบ้างดีกว่าว่าพวกเธอจะแต่งกายได้สวยและอินเทรนด์แค่ไหน เผื่อใครจะลองนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองดูบ้าง
แดงโดดเด่น ชุดแดงสง่างาม ช่างเลือกได้เหมาะกับสีผิวเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยขับให้ผิวแลดูผ่องสวยเนียน โดดเด่นมาแต่ไกล
สีสันสุดอิน สำหรับซีซันนี้แล้วเดรสสีสดทั้ง สีม่วง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีฟ้า สีเขียว สีส้ม ต่างเป็นสีสันประจำฤดูกาลที่ให้ลุคของความสดใสและสนุกสนาน
เพอร์เฟกต์พรินต์ เดรสลวดลายสวยงาม แปลกตาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรจะต้องมี เพราะเป็นลุคที่เก๋ มีสไตล์ โดดเด่นเฉพาะตัว
เฉดสีนุ่มนวล สีขาวสะอาดตาไปจนถึงสีชมพูอ่อนหวานเป็นเสน่ห์ของความนุ่มนวล สดใส สะท้อนความเป็นผู้หญิงมากยิ่งขึ้น
สีสันสุดอิน สำหรับซีซันนี้แล้วเดรสสีสดทั้ง สีม่วง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีฟ้า สีเขียว สีส้ม ต่างเป็นสีสันประจำฤดูกาลที่ให้ลุคของความสดใสและสนุกสนาน
เพอร์เฟกต์พรินต์ เดรสลวดลายสวยงาม แปลกตาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรจะต้องมี เพราะเป็นลุคที่เก๋ มีสไตล์ โดดเด่นเฉพาะตัว
เฉดสีนุ่มนวล สีขาวสะอาดตาไปจนถึงสีชมพูอ่อนหวานเป็นเสน่ห์ของความนุ่มนวล สดใส สะท้อนความเป็นผู้หญิงมากยิ่งขึ้น
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553
การเสริมสร้างบุคลิกและการสร้างเสน่ห์
เสริมบุคลิก สร้างเสน่ห์
เกร็ดการแต่งกาย-แต่งตัว : ข้อพึงระวัง
สำหรับคุณผู้ชาย ผู้เป็นสุภาพบุรุษ มีข้อพึงระวังในการแต่งกาย เป็นเกร็ดที่ควรคำนึงทั้งเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย แม้เราไม่ได้มองตัวเอง แต่ผู้คนในสังคมมองเราตลอด ฉะนั้น พึงต้องสำรวม และระลึกว่าเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความประทับใจแรกพบ เมื่อสายตาผู้คนเหลียวมามอง (first impression) ท่านระวังสิ่งเหล่านี้ หรือ เช่น
- - - - - - - - - - - - - - - -
- เริ่มจากทรงผม อย่าให้กระเซิง ให้ดูเรียบร้อย ไม่ควรไว้ทรงผมปกหน้า (ผาก) ราศีจะทึมและแคบ ดูเป็นคนปิดเพราะผมปิด
- แว่นตา ต้องให้รับและเข้ากับทรงของใบหน้าของเรา (กลม รี เรียว)ไม่ควรหนาจนทึบ จะดูหนักหน้า แว่นโปร่งดูใส กรอบไม่ใหญ่นัก จะดูโปร่ง และเห็นแววที่ดี
- เสื้อผ้า อย่ายับ (ยู่ยี่) ขาดความสะอาดสะอ้าน ให้คนอื่นเหลียวกลับมามอง ต้องสวมแล้วสมสง่า ไม่จำต้องมีราคา
- ไม่ควรสวมเสื้อยืดนอกกางเกง หรือใส่กางเกงยืนไปงานพิธีที่เป็นทางการ มีผู้หลักผู้ใหญ่ ควรใส่เสื้อเชิ้ต
- งานกลางคืน เสื้อแขนยาวมีลาย มีดอก ใส่ไปงานลี้ยงได้จะดูสวยดี โดยเฉพาะงานที่โรงแรม และเป็นพิธีการมีผู้ใหญ่ไปร่วมงาน ถ้าเป็นงานผู้ใหญ่ควรใส่แขนยาว ไม่ควรใส่แขนสั้น (ลองพิจารณาดู)
- ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใส่เสื้อยืด กางเกงลำลอง สวมรองเท้าวอร์มไปงานโรงแรม เว้นแต่เป็นงานกีฬาในบัตรเชิญให้ไปร่วมงาน จะระบุการแต่งกายไว้ (ถ้าระบุ) ต้องสวมใส่ให้ตรงกับงาน และให้ถูกรูปแบบ โดยเฉพาะงานพิธีการ ชุดเต็มยศ ชุดครึ่งยศ ชุดปกติขาว ชุดไทย สุภาพ(ชุดพระราชทาน) เป็นต้น
- ชุดเต็มยศ ที่ต้องใส่กางเกงดำ โปรดอย่าให้หลวม ต้องเข้ารูป อย่านำกางเกงดำที่มาจากสูทมาใช้ ต้องมีตัวใหม่ที่เข้ารูปพอควร (ไม่โป่งพอง)
ถ้าสวมกับชุดผ้าไหมไทย หรือซาฟารี กางเกงที่สวมควรเป็นสีเข้ม อย่าใส่แล้วดูโป่ง หรือดูตัวใหญ่เกินไป หากผูกเน็คไท ปมเน็คไทต้องดึงเข้ารูป ตรงกลางคอ (หอย) และความยาวต้องให้ถึงเข็มขัด อย่าให้สั้นเต่อ เลือกสีที่เข้ากันได้กับเสื้อ-กางเกง (และสูท)
- กุญแจที่เป็นพวง กล่องใส่แว่น ไม่ควรพกติดตัวไปงาน เพราะเวลาขึ้นไปรับรางวัลหรือประกาศนียบัตร จะทำให้เข็มขัดที่เอวดูรกรุงรัง อาจเป็นไปได้มีเพียงซองใส่โทรศัพท์มือถือ
- สวมชุดข้าราชการ สีของชุดอย่าเข้มเกินไป หรืออ่อนจนเกินไป เข็มขัดสีกากีต้องเข้ากับสีชุด ให้ match กลมกลืนกันจะดูสวย มิใช่ต่างสีต่างโทนกันเครื่องหมายที่ประดับชุดปกติขาว ชุดกากี ต้องมีระเบียบรองรับให้ประดับได้ (การติดเครื่องหมายต่างๆ ต้องให้ตรงและและขนานกับกระเป๋าเสื้อ ไม่โย้เย้)
- ถุงเท้าเป็นเครื่องแต่งกาย ที่ไม่ควรมองข้าม ต้องสวมให้สีสันเข้ากันได้กับกางเกง ถุงเท้าสีดำเป็นการดีเข้ากันได้กับทุกสี โดยเฉพาะแต่งชุดข้าราชการ สีกากี ชุดปกติขาว ชุดเต็มยศ ต้องสวมถุงเท้าสีดำ เท่านั้นงานบุญ งานบวช งานพิธีทางศาสนา ที่ต้องประกอบพิธีในวัด ศาลา ที่ต้องถอดรองเท้า พึงระวังที่จะสวมถุงเท้าให้สะอาด และไม่ขาดวิ่น ส้นและนิ้วไม่โผล่ออกมานอกถุงเท้า งดรองเท้าแตะ รองเท้าฟองน้ำ ไปร่วมงานที่เป็นทางการ เด็ดขาดรองเท้าสำหรับผู้ชาย เวลาใส่ชุดปกติขาว ชุดกากี ควรสวมรองเท้ามีส้น (ยกส้น) ถ้าเป็นรองเท้ายาง เรียบไม่มีส้น เมื่อสวมกางเกงแล้วปลายขาไม่ยกขึ้น ทรงจะดูไม่สวย
เกร็ดการแต่งกาย-แต่งตัว : ข้อพึงระวัง
สำหรับคุณผู้ชาย ผู้เป็นสุภาพบุรุษ มีข้อพึงระวังในการแต่งกาย เป็นเกร็ดที่ควรคำนึงทั้งเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย แม้เราไม่ได้มองตัวเอง แต่ผู้คนในสังคมมองเราตลอด ฉะนั้น พึงต้องสำรวม และระลึกว่าเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความประทับใจแรกพบ เมื่อสายตาผู้คนเหลียวมามอง (first impression) ท่านระวังสิ่งเหล่านี้ หรือ เช่น
- - - - - - - - - - - - - - - -
- เริ่มจากทรงผม อย่าให้กระเซิง ให้ดูเรียบร้อย ไม่ควรไว้ทรงผมปกหน้า (ผาก) ราศีจะทึมและแคบ ดูเป็นคนปิดเพราะผมปิด
- แว่นตา ต้องให้รับและเข้ากับทรงของใบหน้าของเรา (กลม รี เรียว)ไม่ควรหนาจนทึบ จะดูหนักหน้า แว่นโปร่งดูใส กรอบไม่ใหญ่นัก จะดูโปร่ง และเห็นแววที่ดี
- เสื้อผ้า อย่ายับ (ยู่ยี่) ขาดความสะอาดสะอ้าน ให้คนอื่นเหลียวกลับมามอง ต้องสวมแล้วสมสง่า ไม่จำต้องมีราคา
- ไม่ควรสวมเสื้อยืดนอกกางเกง หรือใส่กางเกงยืนไปงานพิธีที่เป็นทางการ มีผู้หลักผู้ใหญ่ ควรใส่เสื้อเชิ้ต
- งานกลางคืน เสื้อแขนยาวมีลาย มีดอก ใส่ไปงานลี้ยงได้จะดูสวยดี โดยเฉพาะงานที่โรงแรม และเป็นพิธีการมีผู้ใหญ่ไปร่วมงาน ถ้าเป็นงานผู้ใหญ่ควรใส่แขนยาว ไม่ควรใส่แขนสั้น (ลองพิจารณาดู)
- ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใส่เสื้อยืด กางเกงลำลอง สวมรองเท้าวอร์มไปงานโรงแรม เว้นแต่เป็นงานกีฬาในบัตรเชิญให้ไปร่วมงาน จะระบุการแต่งกายไว้ (ถ้าระบุ) ต้องสวมใส่ให้ตรงกับงาน และให้ถูกรูปแบบ โดยเฉพาะงานพิธีการ ชุดเต็มยศ ชุดครึ่งยศ ชุดปกติขาว ชุดไทย สุภาพ(ชุดพระราชทาน) เป็นต้น
- ชุดเต็มยศ ที่ต้องใส่กางเกงดำ โปรดอย่าให้หลวม ต้องเข้ารูป อย่านำกางเกงดำที่มาจากสูทมาใช้ ต้องมีตัวใหม่ที่เข้ารูปพอควร (ไม่โป่งพอง)
ถ้าสวมกับชุดผ้าไหมไทย หรือซาฟารี กางเกงที่สวมควรเป็นสีเข้ม อย่าใส่แล้วดูโป่ง หรือดูตัวใหญ่เกินไป หากผูกเน็คไท ปมเน็คไทต้องดึงเข้ารูป ตรงกลางคอ (หอย) และความยาวต้องให้ถึงเข็มขัด อย่าให้สั้นเต่อ เลือกสีที่เข้ากันได้กับเสื้อ-กางเกง (และสูท)
- กุญแจที่เป็นพวง กล่องใส่แว่น ไม่ควรพกติดตัวไปงาน เพราะเวลาขึ้นไปรับรางวัลหรือประกาศนียบัตร จะทำให้เข็มขัดที่เอวดูรกรุงรัง อาจเป็นไปได้มีเพียงซองใส่โทรศัพท์มือถือ
- สวมชุดข้าราชการ สีของชุดอย่าเข้มเกินไป หรืออ่อนจนเกินไป เข็มขัดสีกากีต้องเข้ากับสีชุด ให้ match กลมกลืนกันจะดูสวย มิใช่ต่างสีต่างโทนกันเครื่องหมายที่ประดับชุดปกติขาว ชุดกากี ต้องมีระเบียบรองรับให้ประดับได้ (การติดเครื่องหมายต่างๆ ต้องให้ตรงและและขนานกับกระเป๋าเสื้อ ไม่โย้เย้)
- ถุงเท้าเป็นเครื่องแต่งกาย ที่ไม่ควรมองข้าม ต้องสวมให้สีสันเข้ากันได้กับกางเกง ถุงเท้าสีดำเป็นการดีเข้ากันได้กับทุกสี โดยเฉพาะแต่งชุดข้าราชการ สีกากี ชุดปกติขาว ชุดเต็มยศ ต้องสวมถุงเท้าสีดำ เท่านั้นงานบุญ งานบวช งานพิธีทางศาสนา ที่ต้องประกอบพิธีในวัด ศาลา ที่ต้องถอดรองเท้า พึงระวังที่จะสวมถุงเท้าให้สะอาด และไม่ขาดวิ่น ส้นและนิ้วไม่โผล่ออกมานอกถุงเท้า งดรองเท้าแตะ รองเท้าฟองน้ำ ไปร่วมงานที่เป็นทางการ เด็ดขาดรองเท้าสำหรับผู้ชาย เวลาใส่ชุดปกติขาว ชุดกากี ควรสวมรองเท้ามีส้น (ยกส้น) ถ้าเป็นรองเท้ายาง เรียบไม่มีส้น เมื่อสวมกางเกงแล้วปลายขาไม่ยกขึ้น ทรงจะดูไม่สวย
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553
ดาราที่ประทับใจ

ดาราที่ดิฉันประทับใจ
- ประวัติชื่อ - นามสกุล : ปรีติ บารมีอนันต์
- ตำแหน่ง : ร้องนำ ( วง CLASH )
- สังกัด : UP ^ G
- วัน/เดือน/ปีเกิด : 20 ตุลาคม 2525
- เชื้อชาติ/สัญชาติ : ไทย/ไทย
- ส่วนสูง/น้ำหนัก : 178 ซม. / 64 กก.
- พี่น้อง : 2 คน ( เป็นคนที่ 1 )
- การศึกษา : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
- อุปนิสัย : ร่าเริง, สนุกสนาน
- ของสะสม : แสตมป์
- งานอดิเรก : ฟังเพลง
- กีฬา : ฟุตบอล
- สัตว์เลี้ยงที่ชอบ : สุนัข
- อาหารจานโปรด : มีหลายอย่าง…
- แนวเพลงที่ชอบ : ROCK
- นักร้องที่ชอบ : SILLY FOOLS
- บรรยากาศที่ชอบ : เย็นหลังฝนตก
- คติประจำใจ : พัฒนาตัวเองเสมอ
- ผลงานด้านโฆษณา : ปตท.พีทีที 4 ที ชาเลนเจอร์ ปี 2546 มอเตอร์ไซด์ YAMAHA - รุ่น MIO AUTOMATIC ปี 2546 - 47
- ผลงานการแสดง : ภาพยนตร์เรื่อง…พันธุ์ X เด็กสุดขั้ว/ ปี 2547
- ผลงานการร้องเพลง : - อัลบั้มที่ 1 : ONE / ปี 2544- อัลบั้มที่ 2 : SOUND SHAKE / ปี 2546-
อัลบั้มที่ 3 : BRAIN STORM / ปี 2547- อัลบั้มพิเศษ : SOUND CREAM / ปี 2546- อัลบั้มพิเศษ : เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง…พันธุ์ X เด็กสุดขั้ว / ปี 2547- อัลบั้มพิเศษ : PACK 4 Vol. 1-2 / ปี 2547
- รางวัลที่เคยได้รับ : - ปี 2542 รองชนะเลิศอันดับ 1 ประกวด HOT WAVE MUSIC AWARDS
ครั้งที่ 3 - ได้รับรางวัลเพลงร็อคยอดเยี่ยม เพลง LOVE จากงานประกาศรางวัลสีสัน - อะวอร์ด
ครั้งที่ 14 ประจำปี 2544 จัดโดยนิตยสารสีสัน - ปี 2547 ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในฐานะแกนนำในการรณรงค์ - เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาโรคเอดส์ โดยได้รับมอบเข็มกลัดและตรา
- สัญลักษณ์การประชุม - รูปช้างเผือก 3 เชือก
เหตุผลที่ชอบ
ดิฉันประทับใจดารานักร้อง แบ้งค์ วงแคลชมากเพราะ เขาเป็นคนที่สู้ชีวิตเป็นคนรักครอบครัวพ่อเคยสอนให้แบ้งค์ว่า"ถ้าเป็นคนดีก็ให้ดีให้สุด ๆ ถ้าเป็นคนเลวก็ให้เลยให้สุด ๆ" ถ้าเป็นนักร้องก็ให้เป็นนักร้องที่ดังที่สุดไปเลย สมัยวัยเรียนเขาและเพื่อน ๆ เขาประกวดร้องเพลงสามารถคว้ารางวัลนักร้องได้อย่างยอดเยี่ยมและก็ทำให้เขาและเพื่อน ๆ ก็ทำอัลบั้มต่อจนมีเงินเก็บเป็นก้อน ๆ เขานำเงินก้อนนั้นไปใช้หนี้จนหมดเขาก็มีชีวิตใหม่อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขเป็นเวลา 1 ปีกว่า จากนั้นแม่ก็ไม่สบายเป็นคนที่หลับยากมาก เป็นโรคลูคีเมียค่ารักษาพยาบาลแพงมากแบ้งค์ก็ยังดิ้นรนหาเงินมารักษาแม่ แม่ก็ทนอาการโรคร้ายไม่ไหวก็เสียชีวิตลงแบ้งค์เสียใจมากแต่แบ้งค์ก็ยังดิ้นรนสู้ชีวิตต่อไป เพราะเหตุนี้ที่ดิฉันชอบดาราคนนี้มากชอบเขาสู้ชีวิตเพื่อครอบครัว.....
- ประวัติชื่อ - นามสกุล : ปรีติ บารมีอนันต์
- ตำแหน่ง : ร้องนำ ( วง CLASH )
- สังกัด : UP ^ G
- วัน/เดือน/ปีเกิด : 20 ตุลาคม 2525
- เชื้อชาติ/สัญชาติ : ไทย/ไทย
- ส่วนสูง/น้ำหนัก : 178 ซม. / 64 กก.
- พี่น้อง : 2 คน ( เป็นคนที่ 1 )
- การศึกษา : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
- อุปนิสัย : ร่าเริง, สนุกสนาน

- ของสะสม : แสตมป์
- งานอดิเรก : ฟังเพลง
- กีฬา : ฟุตบอล
- สัตว์เลี้ยงที่ชอบ : สุนัข
- อาหารจานโปรด : มีหลายอย่าง…
- แนวเพลงที่ชอบ : ROCK
- นักร้องที่ชอบ : SILLY FOOLS
- บรรยากาศที่ชอบ : เย็นหลังฝนตก
- คติประจำใจ : พัฒนาตัวเองเสมอ
- ผลงานด้านโฆษณา : ปตท.พีทีที 4 ที ชาเลนเจอร์ ปี 2546 มอเตอร์ไซด์ YAMAHA - รุ่น MIO AUTOMATIC ปี 2546 - 47
- ผลงานการแสดง : ภาพยนตร์เรื่อง…พันธุ์ X เด็กสุดขั้ว/ ปี 2547
- ผลงานการร้องเพลง : - อัลบั้มที่ 1 : ONE / ปี 2544- อัลบั้มที่ 2 : SOUND SHAKE / ปี 2546-
อัลบั้มที่ 3 : BRAIN STORM / ปี 2547- อัลบั้มพิเศษ : SOUND CREAM / ปี 2546- อัลบั้มพิเศษ : เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง…พันธุ์ X เด็กสุดขั้ว / ปี 2547- อัลบั้มพิเศษ : PACK 4 Vol. 1-2 / ปี 2547
- รางวัลที่เคยได้รับ : - ปี 2542 รองชนะเลิศอันดับ 1 ประกวด HOT WAVE MUSIC AWARDS
ครั้งที่ 3 - ได้รับรางวัลเพลงร็อคยอดเยี่ยม เพลง LOVE จากงานประกาศรางวัลสีสัน - อะวอร์ด
ครั้งที่ 14 ประจำปี 2544 จัดโดยนิตยสารสีสัน - ปี 2547 ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในฐานะแกนนำในการรณรงค์ - เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาโรคเอดส์ โดยได้รับมอบเข็มกลัดและตรา
- สัญลักษณ์การประชุม - รูปช้างเผือก 3 เชือก
เหตุผลที่ชอบ
ดิฉันประทับใจดารานักร้อง แบ้งค์ วงแคลชมากเพราะ เขาเป็นคนที่สู้ชีวิตเป็นคนรักครอบครัวพ่อเคยสอนให้แบ้งค์ว่า"ถ้าเป็นคนดีก็ให้ดีให้สุด ๆ ถ้าเป็นคนเลวก็ให้เลยให้สุด ๆ" ถ้าเป็นนักร้องก็ให้เป็นนักร้องที่ดังที่สุดไปเลย สมัยวัยเรียนเขาและเพื่อน ๆ เขาประกวดร้องเพลงสามารถคว้ารางวัลนักร้องได้อย่างยอดเยี่ยมและก็ทำให้เขาและเพื่อน ๆ ก็ทำอัลบั้มต่อจนมีเงินเก็บเป็นก้อน ๆ เขานำเงินก้อนนั้นไปใช้หนี้จนหมดเขาก็มีชีวิตใหม่อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขเป็นเวลา 1 ปีกว่า จากนั้นแม่ก็ไม่สบายเป็นคนที่หลับยากมาก เป็นโรคลูคีเมียค่ารักษาพยาบาลแพงมากแบ้งค์ก็ยังดิ้นรนหาเงินมารักษาแม่ แม่ก็ทนอาการโรคร้ายไม่ไหวก็เสียชีวิตลงแบ้งค์เสียใจมากแต่แบ้งค์ก็ยังดิ้นรนสู้ชีวิตต่อไป เพราะเหตุนี้ที่ดิฉันชอบดาราคนนี้มากชอบเขาสู้ชีวิตเพื่อครอบครัว.....
แต่งกายไปงานประเพณี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


